ใครก็เริ่มต้นเป็นโค้ชได้ ด้วย 5 พฤติกรรมเล็กๆ ที่ทำได้จริง

 

ที่กรุงศรี เราเชื่อว่าการพัฒนาคนคือรากฐานของความสำเร็จในระยะยาวและหนึ่งในวัฒนธรรมที่เรายึดถือ คือ 3Cs Coach

เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนทำหน้าที่เป็น “โค้ช” ที่ช่วยทั้งดูแลทีมอย่างใส่ใจ สื่อสารอย่างเข้าใจ และท้าทายให้คนในทีมได้พัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะการโค้ชที่ดี ไม่ได้หยุดแค่เรื่องผลลัพธ์ แต่ยังช่วยดึงศักยภาพและพลังในตัวคนออกมาได้อย่างแท้จริง 


แต่เมื่อพูดถึงคำว่า “โค้ช” (Coach) หลายคนอาจนึกถึงกีฬาหรือสนามแข่ง แต่องค์กรยุคใหม่อย่างกรุงศรี มองว่า การโค้ชคือทักษะสำคัญของผู้นำ โดยเฉพาะ “โค้ชที่ดี” จะช่วยให้ทีมมีแรงบันดาลใจ กล้าคิด กล้าทำ และเติบโตได้มากกว่าที่ตัวเองเคยคิดว่าเป็นไปได้ คำถามคือ… “โค้ชที่ดี” เขาทำ “อะไร” แตกต่างจากคนทั่วไป เราชวนมาดู 5 วิธีง่ายๆ ที่ทำได้จริง ใครก็โค้ชได้ ถ้าตั้งใจเริ่มจากสิ่งเล็กๆ เหล่านี้

1. ฟังให้จบ ฟังให้เข้าใจ

โค้ชที่ดีจะ “ฟังด้วยใจ” ไม่ใช่แค่ฟังเพื่อรอโต้ตอบ และให้ความสำคัญกับสิ่งที่โค้ชชี่เล่า ไม่พูดแทรก ไม่ก้มเล่นมือถือ และมักสะท้อนกลับเพื่อยืนยันความเข้าใจ เช่น “สิ่งที่คุณเจอคือแบบนี้ใช่ไหม?” เมื่อโค้ชชี่รู้สึกว่าโค้ชฟังจริงจัง ก็จะกล้าเปิดใจเล่าในสิ่งที่คิดและรู้สึกมากขึ้น

2. ถามเพื่อให้คิด ไม่ใช่ถามเพื่อให้คำตอบ

แทนที่จะเป็นคนบอกคำตอบเสมอ โค้ชที่เก่งจะเป็นคนที่ชอบถาม และจะใช้คำถามเพื่อกระตุ้นให้โค้ชชี่คิดเอง เช่น "เธอว่าถ้าลองทำแบบนี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?" หรือ "จากที่ผ่านมา วิธีไหนได้ผลดีที่สุด?" คำถามพวกนี้ฟังดูง่ายๆ แต่มันช่วยให้โค้ชชี่ได้ฝึกคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ที่จะตัดสินใจเอง และเมื่อโค้ชชี่ได้คิดเอง จะมั่นใจในตัวเองมากขึ้น พร้อมรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองเลือกอีกด้วย


3. ให้ Feedback แบบตั้งใจ ไม่ใช่แค่ผ่านๆ

โค้ชที่ดีจะให้ Feedback อย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่พูดผ่านๆ เวลาโค้ชชี่ทำอะไรได้ดี เขาจะบอกอย่างชัดเจนว่าดียังไง เช่น "วันนี้เธอนำเสนออย่างมั่นใจมาก ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในโปรเจคเรา" ส่วนเวลาที่ต้องปรับปรุง ก็จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใช่การตำหนิ แต่เป็นการชี้แนะ เช่น "ตรงนี้ถ้าเราเตรียมข้อมูลให้ละเอียดกว่านี้ น่าจะช่วยให้การนำเสนอราบรื่นขึ้น" การให้ Feedback แบบนี้ทำให้เรารู้ว่าตัวเองเก่งตรงไหน และควรพัฒนาตรงไหน

4. สร้างพลังบวก มองปัญหาเป็นโอกาสเรียนรู้ 

เมื่อเกิดปัญหาหรือความผิดพลาด คนเป็นโค้ชจะไม่มองหาคนผิดคนถูก แต่จะชวนทีมมาดูว่า "เราได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง?" โค้ชจะช่วยเปลี่ยนมุมมองจากการมองปัญหาเป็นเรื่องแย่ กลายเป็นการมองว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้เราเก่งขึ้น ในวันที่ทีมรู้สึกเหนื่อยหรือท้อ โค้ชจะให้กำลังใจและช่วยหาทางออกไปด้วยกัน การทำงานในบรรยากาศแบบนี้ทำให้ทีมกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ ไม่กลัวผิดพลาด เพราะรู้ว่าจะได้เรียนรู้ไปด้วยกัน

5. เป็นแบบอย่าง และกล้าตัดสินใจแบบมีเหตุผล 

คนที่เป็นโค้ชที่ดีจะไม่ใช่แค่คนที่สั่งการ แต่เป็นคนที่แสดงให้ดู และพร้อมแบ่งปันวิธีคิด อธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น และที่สำคัญ โค้ชกล้ายอมรับเมื่อตัวเองผิดพลาด เวลาต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ รับฟังความคิดเห็นจากทีมก่อนเสมอ ไม่ตัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จคนเดียว การทำแบบนี้จะทำให้ทีมเชื่อมั่น และพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน แม้จะเจอกับความไม่แน่นอนก็ตาม



สุดท้ายที่กรุงศรี เราไม่ได้มองว่า “โค้ช” คือหน้าที่พิเศษของใครบางคน แต่เชื่อว่า ทุกคนสามารถเป็นโค้ชได้ โดยเริ่มจากการฟังอย่างตั้งใจ ถามอย่างมีเป้าหมาย ให้ฟีดแบ็กอย่างสร้างสรรค์ มองปัญหาเป็นโอกาส และเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกวันทำงานเมื่อทุกคนใส่ใจในบทบาทของการเป็นโค้ช ก็เท่ากับเรากำลังหล่อเลี้ยงวัฒนธรรม 3Cs Coach ให้หยั่งรากลึกในองค์กร และนั่นคือก้าวสำคัญของการสร้าง “คน” ให้พร้อมเติบโตกับองค์กรไปด้วยกันในระยะยาว


ที่มา: Strategic Leadership: The Essential Skills 

คน Introvert จะเป็นผู้นำที่ดีได้อย่างไร?


No comments: