จากกลัวสู่กล้า: ปลูกฝัง Can Do Mindset ให้ตัวเองและทีม
การสร้าง Can do mindset ไม่ได้หมายถึงการมองโลกในแง่ดีอย่างเดียว แต่คือการเชื่อว่าทุกความท้าทายมีทางออก และทุกคนสามารถก้าวข้ามมันได้เสมอ เมื่อมีทัศนคติแบบ "ทำได้แน่นอน" จะทำให้กล้าที่จะลองสิ่งใหม่ ๆ ไม่กลัวความล้มเหลว เห็นคุณค่าของความสำเร็จเล็ก ๆ และลงมือทำอย่างมีเป้าหมาย
ไม่ว่าคุณจะเป็นหัวหน้าทีมที่ต้องการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง หรือเป็นพนักงานที่ต้องการพัฒนาตัวเอง ทุกก้าวที่ขยับไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ล้วนช่วยให้เราและทีมเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้น และนี่คือ 6 วิธีที่ทุกคนสามารถใช้เพื่อปลูกฝัง Can Do Mindset ได้
1. เปลี่ยนความกลัวให้เป็นความตื่นเต้น ท้าทาย
ความกลัวมักเกิดจากสิ่งที่ไม่รู้ ไม่เคย แต่ลองคิดดูสิ... ถ้าเปลี่ยนมุมมองเป็น "มีอะไรใหม่ ๆ มาให้เรียนรู้" จะเป็นยังไง? ทุกครั้งที่เผชิญสิ่งใหม่ เป็นโอกาสเพิ่มทักษะ เพิ่มประสบการณ์ และเพิ่มความมั่นใจ
เมื่อได้รับงานใหม่ที่ท้าทาย ลองถามตัวเองว่า "จะเรียนรู้อะไรใหม่ได้บ้าง?" และถ้าคุณเป็นหัวหน้า ช่วยทีมมองเห็นโอกาสในการเติบโตจากงานที่มอบหมาย ไม่ใช่แค่ภาระงาน พูดคุยถึงทักษะที่พวกเขาจะได้รับจากประสบการณ์นี้
2. ชื่นชมตัวเองและทีม
ความสำเร็จไม่ต้องใหญ่โตเสมอไป บางทีแค่ทำงานเสร็จตรงเวลา หรือช่วยเพื่อนร่วมงานแก้ปัญหาได้ ก็คือความสำเร็จแล้ว! จดบันทึกความสำเร็จเล็ก ๆ ของตัวเองไว้ อย่าลืมให้รางวัลตัวเอง แม้แค่การหยุดพักชงกาแฟดื่มหลังทำงานสำเร็จ
ลองหาวิธีเล็ก ๆ ให้รางวัลทีม เช่น พากันกินของอร่อย หรือแค่พูดกับเพื่อนร่วมงานว่า "เก่งมาก!" การยกย่องความพยายามจะสร้างพลังบวกให้ทุกคนพร้อมรับความท้าทายครั้งต่อไป
3. จัดลำดับความสำคัญ ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง อะไรที่ทำได้ ทำเลย
เคยไหมที่บอกตัวเองว่า "พรุ่งนี้ค่อยทำ" แล้วพรุ่งนี้ก็กลายเป็นมะรืน จนสุดท้ายไฟในการลงมือทำค่อย ๆ หายไป? จริง ๆ แล้ว ถ้างานนั้นสำคัญและทำได้ ควรเริ่มเลยทันที เพราะการผัดวันประกันพรุ่งคือศัตรูตัวฉกาจของทัศนคติเชิงบวก
ลองใช้เทคนิค "2 นาทีแรก" - ถ้างานใดทำได้ภายใน 2 นาที ทำเลย ถ้าใช้เวลานาน ก็เริ่มแค่ 2 นาทีแรก เพื่อสร้างโมเมนตัม และช่วยทีมจัดลำดับความสำคัญของงาน ชี้ให้เห็นว่างานไหนควรทำก่อนและทำไม การลงมือทำไม่เพียงทำให้งานเสร็จ แต่ยังเติมเต็มความภูมิใจและสร้างพลังใจให้ทั้งตัวเราและทีมอีกด้วย
4. มองให้ไกล มองให้กว้าง
บางครั้งมัวแต่จดจ่อกับปัญหาเล็ก ๆ จนลืมมองภาพใหญ่ หากลองถอยออกมามองเป้าหมายระยะยาว จะเห็นว่าทุกงานที่ทำ และทุกการตัดสินใจ ล้วนเป็นเหมือนชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์ ที่ค่อย ๆ ประกอบกันจนกลายเป็นความสำเร็จ
ลองเขียนเป้าหมายใหญ่ของตัวเองไว้ แล้วเชื่อมโยงว่างานที่ทำอยู่ตอนนี้ช่วยพาไปสู่เป้าหมายนั้นอย่างไร และสื่อสารให้ทีมเห็นภาพใหญ่เสมอ อธิบายว่างานของพวกเขามีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรอย่างไร สิ่งสำคัญคือการช่วยให้ทุกคนมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง "ภาพใหญ่" และ "รายละเอียดเล็ก ๆ" ที่กำลังทำอยู่
5. ความล้มเหลวคือครูที่ดีที่สุด
ถ้าคิดว่าความล้มเหลวเป็นเรื่องแย่ ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ดู ความผิดพลาดทุกครั้งคือบทเรียนล้ำค่าที่ทำให้ฉลาดขึ้น เหมือนกับการทำโปรเจกต์ใหม่ที่ไม่สำเร็จในครั้งแรก แต่ทุกครั้งที่ลอง ปรับปรุง และทำใหม่ ครั้งที่ล้มแล้วลุกใหม่จะทำให้แข็งแกร่งขึ้น
เมื่อทำผิดพลาด ลองจดบันทึก 3 สิ่งที่เรียนรู้จากประสบการณ์นั้น มันจะกลายเป็นสมบัติของเรา และสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยสำหรับการลองผิดลองถูกในทีม เมื่อมีคนผิดพลาด ลองถามว่า "เรียนรู้อะไรบ้าง?" แทนที่จะตำหนิ ทำให้ทุกคนกล้าที่จะลองและพัฒนา
6. เชื่อว่าตัวเองและทีมทำได้!
การเชื่อมั่นในตัวเองคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ลองย้อนคิดดูว่าเคยผ่านอะไรมาบ้าง เคยแก้ปัญหายาก ๆ ได้อย่างไร ลองตั้งเป้าหมายทีละเล็กทีละน้อย หาคนที่เชื่อใจมาช่วยเชียร์ และอย่าลืมเตือนตัวเองเป็นประจำว่า "ฉันทำได้!"
และแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของทีม บอกพวกเขาว่าคุณเชื่อว่าพวกเขาทำได้ ความเชื่อมั่นนี้จะกลายเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น
เมื่อสร้างทัศนคติ "CAN DO" ให้กับตัวเองและเรียนรู้จากความผิดพลาด เราไม่เพียงแค่พัฒนาตัวเอง แต่ยังเป็นต้นแบบที่ดีให้กับทีม ช่วยสร้างทีมที่แข็งแกร่ง มีความสุข และพร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน
อย่าลืมนะ ทุกวันนี้คือโอกาสใหม่ที่จะพัฒนาตัวเองและโค้ชทีมให้ดีขึ้น เริ่มจากวันนี้เลย... ทำได้แน่นอน!



No comments: