อย่ายอมแพ้! สู้ Burn Out กลับมาเป็นยอดมนุษย์ออฟฟิศ

 


“โอ้ยยย!! มันทั้งเหนื่อย ทั้งเบื่อกับงาน” อะไรแบบนี้ คงเป็นความรู้สึกในใจของพนักงานส่วนใหญ่ ที่ทำงานนานๆ แล้ว รู้สึกเกิดภาวะหมดไฟ หรือ Burn Out ขึ้นมา 

เหตุเพราะทำงานหนักเกิน จนจะกลายเป็นซากศพเดินได้ไปเกือบหมด! แต่ความเป็นจริงแล้ว เราสามารถที่จะปลุกพลัง จุดไฟขึ้นมาใหม่ให้เจิดจ้าเหมือนดอกไม้ไฟ!! ด้วยวิธีการเหล่านี้ 

ลดความซับซ้อนของโครงสร้างการทำงาน บางทีระบบการทำงานที่สร้างขึ้น อาจจะยังกระจัดกระจาย และบีบความกดดันลงสู่พนักงานมากเกินไป ให้ทีมงานช่วยกันวิเคราะห์ปัญหา แล้วลองลดความซ้ำซ้อนของโครงสร้างงานลง ทำงานอย่างมีระบบ อะไรที่ทำได้รวดเร็วและยืดหยุ่นมากกว่าให้เอามาทำก่อน เพื่อให้พนักงานรู้สึกสบายใจในการทำงาน ไม่อึดอัด และไม่รู้สึกว่าเป็น “เดอะ แบก” 


จัดการตำแหน่งงานให้ชัดเจน จริงอยู่ที่พนักงานเดี๋ยวนี้ ถูกทำให้เป็นมัลติฟังก์ชั่น ทำงานได้หลากหลาย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้หมด ดังนั้น ต้องจัดการตำแหน่งงานให้ชัดเจนตามความสามารถ แล้วถึงขยายขอบเขตงานไปทีละน้อย และค่อยๆ ฝึกในส่วนที่พนักงานสนใจ และเป็นประโยชน์กับงาน อย่าพยายามยัดเยียดในสิ่งที่ไม่อยากทำ เพราะจะทำให้เกิดความ Burn Out หลายเท่าตัวเลยล่ะ


ลดความเครียดในการทำงาน หากมีงานที่เป็นโปรเจคที่ค่อนข้างใหญ่ การทำงานในทีม ต้องกระจายงานให้สามารถช่วยเหลือกันได้อย่างเท่าเทียม รวมถึงการสื่อสารสำคัญมาก ที่จะต้องคุยกันให้งานลงตัว เพื่อลดความเครียดในการทำงาน ไม่ให้เกิดภาวะ Burn Out ควรแบ่งทีมงานออกเป็นทีมเล็กๆ แบ่งหน้าที่รับผิดชอบงานในแต่ละส่วน แล้วเอามาประกอบกันตอน Final งาน

มีเป้าหมายร่วมกัน ในการทำงานเป็นทีม ผู้นำจะต้องทำให้พนักงานรู้สึกถึงเป้าหมายเดียวกัน และต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำงานด้วยกันแบบทัศนคติเชิงบวก ซึ่งจะทำให้ต่อยอดความคิดร่วมกันได้ จนงานประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ถ้าเป้าหมายชัดการเดินทางก็จะง่ายขึ้น การมุ่งไปสู่เป้าหมายก็จะสบายขึ้นด้วย

ภาวะเหนื่อยล้าจากการทํางานหรือ Burn Out เป็นประสบการณ์ที่พบได้บ่อยในคนทํางาน เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยล้าและเบื่อหน่ายกับการทํางานมากเกินไป เชื่อว่า 4 วิธีนี้จะช่วยปลุกจิตวิญญาณนักสู้ให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมที่จะทุ่มเทกําลังใจให้กับการทํางานอย่างเต็มที่อีกครั้งค่ะ


ขอบคุณที่มา : https://www.linkedin.com/pulse/keep-collaboration-overload-from-burning-out-your?trk=news-guest_share-article

ขอบคุณภาพ : https://www.freepik.com

No comments: