โอ๊ย! ทําไมถึงวุ่นวายแบบนี้ แก้ยังไงดี!?
เชื่อไหมว่า สภาพการทำงานปัจจุบันหลายๆ ที่ มักเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง บางคนทำหลายหน้าที่ เดี๋ยวทำนั่นอย่าง เดี๋ยวงานเข้าอีกอย่าง ใกล้เลิกงานสั่งงานอีกอย่าง หรือบางครั้งงานเร่งแสนเร่ง แต่ดันติดประชุมได้ทั้งวัน
การทำงานที่หมกหมุ่นมากไป แทบจะทำให้พนักงานหลายคนเกิดภาวะความเครียด ทนไม่ไหว อยากลาออกให้ได้ แต่ส่วนใหญ่ จะทนทำต่อไป เพราะต้องกินต้องใช้ รายจ่ายที่ยังมีมากมาย จึงจำเป็นมาก ที่ผู้นำหรือองค์กร จะต้องช่วยกันแก้ไขสภาพการทำงานแบบนี้ วันนี้เจ๊ต่ายกับกรุงศรีมีทริคมากันค่ะ
1. ให้รางวัลแก่พนักงานตามผลงานจริงที่เกิดขึ้น บางคนดูเหมือนทํางานหนัก แต่จริงๆแล้วได้ผลงานไม่มากนัก หรือใช้เวลาทํางานบางอย่างนานเกินไป ทําให้ไม่มีเวลาทํางานอื่นๆ ดังนั้น การประเมินประสิทธิภาพของทีมจึงสําคัญ เพื่อดูคุณภาพของงาน มากกว่าการดูแค่จํานวนชั่วโมงทํางานพียงอย่างเดียว
2.ตรวจสอบประสิทธิภาพทีมอย่างสม่ําเสมอ โดยการตรวจสอบรายงานผลการปฏิบัติงานประจําวันหรือรายสัปดาห์ว่า แต่ละคนทําอะไรบ้าง งานแล้วเสร็จทันตามกําหนดเวลาหรือไม่ ผลลัพธ์ที่ออกมามีคุณค่าและเป็นประโยชน์มากน้อยเพียงใด หากพบว่าบางคนใช้เวลากับงานที่ไม่จําเป็นมากเกินไป คุณควรช่วยจัดลําดับความสําคัญของงานใหม่ และมอบหมายงานที่มีคุณค่าและสร้างประโยชน์สูงสุดให้เป็นหลัก เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและผลงานที่ต้องการมากที่สุด
3.จัดสรรงานให้เหมาะสมกับเวลา โดยไม่ต้องให้ทํางานล่วงเวลาหรือทํางานในวันหยุดพักผ่อน ซึ่งจะทําให้พนักงานได้มีเวลาพักผ่อนอย่างแท้จริง ส่งผลให้เกิดความสุขในการทํางานมากขึ้น
4.เป็นแบบอย่างที่ดีในการทํางาน ผู้นําที่เก่งที่สุดไม่ใช่คนที่ทํางานหนักมากจนเหนื่อยล้า แต่เป็นคนที่รู้จักหยุดพักให้ตัวเองบ้าง โดยแสดงให้เห็นว่าการทํางานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อนนั้น ไม่ใช่สิ่งจําเป็นสําหรับความสําเร็จ เมื่อผู้นําเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องนี้ พนักงานอื่นๆ ก็มักจะปฏิบัติตาม ดังนั้น ผู้นําควรส่งเสริมให้ทุกคนรู้จักหยุดพักให้เพียงพอ ซึ่งจะทําให้ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การทำงานมากเกินไป ไม่ได้ช่วยให้งานดีขึ้น แต่การจัดการงานที่ยุ่งเหยิง ให้มีลำดับขั้นตอนที่ดี งานอะไรควรทำก่อนหลัง ใช้เวลามากน้อยแค่ไหน ก็จะช่วยให้การทำงานราบรื่นมากขึ้น เพียงเท่านี้ทีมก็จะเหนื่อยน้อยลงแล้วนะคะ
ขอบคุณที่มา : https://www.linkedin.com/pulse/examine-your-teams-culture-busyness-harvard-business-review?trk=news-guest_share-article
ขอบคุณภาพ : https://www.freepik.com/





No comments: