เหนื่อยเหลือเกินพี่จ๋า ฮีลใจฉันที!!!

นอกจากพนักงานออฟฟิศต้องเผชิญกับโรค office syndrome ยังต้องพบปัญหา สุขภาพใจที่เกิดจากความกดดัน ความเครียด ความเหนื่อยล้า จนอาจทำให้หมดไฟในการทำงานได้ และปัญหานี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพราะหากทีมมีสุขภาพใจที่แย่ จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานและสุขภาพกายในระยะยาวได้

 

งานวิจัยจาก Mind Share Partners รายงานว่า 78% ของพนักงานคนยุคมิลเลนเนียลและ 81% ของพนักงานยุคคน Gen Z ลาออกจากงานเนื่องด้วยเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

แล้วควรทำอย่างไร เพื่อ “ฮีลใจ” ให้กับทีมในวันที่เหนื่อยล้า วันนี้มีเทคนิคดี ๆ มาฝากค่ะ



ส่งเสริมการสื่อสารระหว่างทีม

ก่อนเริ่มทำงานในแต่ละสัปดาห์ คุณควรแบ่งเวลาสัก 30 นาทีเพื่อพูดคุยในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน อาจเป็นการพูดคุยกันในเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ เช่น งานอดิเรก ศิลปินที่ชอบ หรือสร้างวัฒนธรรม Check-Iท ภายในทีม เพื่อสอบถามกับทีมว่าสัปดาห์นี้ มีความพร้อมในการทำงานแค่ไหน จากคะแนน 1 -10 พร้อมบอกเหตุผล การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสถานการณ์และทราบว่าทีมกำลังมีปัญหาอะไรอยู่



ให้ความสำคัญกับ work-life balance

การที่ทีมรู้สึกว่าไม่มีสมดุลในการใช้ชีวิตส่วนตัวกับชีวิตการทำงาน อาจเกิดปัญหาสุขภาพใจตามมาได้ คุณสามารถสร้าง work-life balance ให้ทีมได้ เช่น ยืดหยุ่นเวลาเข้า-ออกงาน ไม่รบกวนทีมในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือหากมีคนในทีมอยู่สถานการณ์ที่ต้องการความยืดหยุ่น คุณก็อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานได้ตามความเหมาะสม


หากิจกรรมสนุก ๆ ให้ทีมคลายเครียด

การโฟกัสแต่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ทีมเกิดความเครียดได้ ลองหากิจกรรมสนุก ๆ ให้ทีมได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เช่น ไปกินข้าว ไปออกกำลังกาย หรือไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ นอกจากได้ทำกิจกรรมร่วมกันแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวภายในทีมอีกด้วย


ทั้งหมดนี้คือเทคนิคฮีลใจที่สามารถนำไปปรับใช้เพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้า เพื่อรักษา “สุขภาพใจ” ของทีมให้แข็งแรง ให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ได้

 ขอบคุณที่มา :

https://th-th.workplace.com/blog/mental-health-in-the-workplace

https://www.empeo.com/blog/hrm/how-hr-can-help-with-employee-mental-health/?fbclid=IwAR1HQa79YtBZ4ZtVb0AFNKJyhTChKlw4oASjHtzPglz9W5PAPVVHvNel-po

 ขอบคุณภาพ : https://www.freepik.com/

 

No comments: