ผู้นำ 6 สไตล์ แบบไหนที่ใช่คุณ
ในการทำงานเป็นทีม ทักษะการเป็นผู้นำเป็นสิ่งสำคัญ การรู้จักสไตล์ความเป็นผู้นำของตนเอง จะช่วยให้เราพัฒนาจุดแข็งและลดจุดอ่อนได้ง่ายขึ้น
Harvard Business Review ได้นำเสนอทฤษฎีผู้นำ 6 สไตล์ ซึ่งแต่ละสไตล์มีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกัน มาดูว่าตัวคุณตรงกับผู้นำสไตล์ไหน
1.Coercive leadership
สไตล์การนำแบบนี้เป็น "ทำตามที่ฉันสั่ง" คือการที่ผู้นำควบคุมและสั่งการทีมอย่างเคร่งครัด ใช้การออกคำสั่งและบทลงโทษเพื่อให้ทีมทำตามโดยไม่มีการโต้แย้ง สไตล์นี้เหมาะกับสถานการณ์วิกฤตหรือเร่งด่วนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น ความขัดแย้งรุนแรงในทีม หรือการจัดการสมาชิกที่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ควรใช้สไตล์นี้เฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น เพราะจะจำกัดความคิดสร้างสรรค์และความยืดหยุ่นของทีม ทำให้ขาดนวัตกรรมใหม่ ๆ ในสถานการณ์ปกติหรือองค์กรที่กำลังเติบโต สไตล์นี้มักให้ผลลัพธ์แย่ที่สุด
2.Authoritative leadership
สไตล์การนำรูปแบบนี้เป็นสไตล์การนำแบบ “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” การนำแบบนี้คือการนำที่โน้มน้าวให้ทุกคนมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายด้วยกัน สิ่งสำคัญสำหรับการนำแบบนี้คือ Vision และ Mission ต้องชัด และต้องหาทางพยายามที่จะสื่อสารทั้ง 2 สิ่งนี้ให้กับทุกคนในทีม การนำแบบนี้จะใช้ได้ดีกับองค์กรที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงและต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน จะช่วยให้ทีมรู้ว่าจะต้องเดินหน้ากันต่อไปได้ยังไง
3.Pacesetting leadership
สไตล์การนำแบบนี้ ผู้นำจะเน้นการเป็นแบบอย่างที่ดี โดยแสดงมาตรฐานงานที่ต้องการและคาดหวังให้ทีมทำตาม ผู้นำมีความคาดหวังสูงและผลักดันให้ทีมบรรลุเป้าหมาย แต่ไม่ค่อยสอนงานหรือให้คำแนะนำ ทำให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นน้อยลง ข้อดีคือ หากทีมมีแรงจูงใจและความสามารถสูง งานจะออกมาดี ข้อเสียคือ อาจสร้างความกดดันและความเครียดจนทำให้ทีมเบิร์นเอาท์ หากทีมขาดความเชี่ยวชาญ
4.Affiliative leadership
สไตล์การนำที่เน้นสร้างความสามัคคีในทีม ผู้นำจะสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น และทำให้สมาชิกมีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมาะกับสถานการณ์ที่ทีมมีความขัดแย้งหรือสมาชิกเครียด ผู้นำที่ใช้สไตล์นี้ต้องเข้าใจและใส่ใจความรู้สึกของทุกคนในทีม รวมทั้งมีทักษะในการจัดการความขัดแย้งและมองโลกในแง่ดี การนำแบบ Affiliative เน้น "คนเป็นหลัก" โดยผู้นำต้องให้ความสำคัญกับสมาชิกก่อน สร้างความสนิทสนม และสนับสนุนให้ทุกคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เช่น การให้ Positive Feedback การพาทีมไปกินข้าวร่วมกัน หรือการทำ One-on-one Feedback เป็นต้น
5.Democratic leadership
สไตล์นี้เน้นการรับฟังความคิดเห็นจากทุกคนในทีมและตัดสินใจร่วมกัน ผู้นำควรเปิดโอกาสให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อหาข้อสรุปและวิธีการทำงาน สไตล์นี้เหมาะสำหรับการสร้างความร่วมมือและร่วมรับผิดชอบต่อผลงาน หรือต้องการรวบรวมข้อมูลและไอเดียจากทีมก่อนตัดสินใจ ควรใช้กับทีมที่มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอ ข้อดีคือสร้างความร่วมแรงร่วมใจและความผูกพันในทีม ข้อเสียคืออาจทำให้การตัดสินใจล่าช้าได้
6.Coaching leadership
สไตล์ผู้นำแบบสอนงาน เน้นการพัฒนาและสอนงานทีม โดยเชื่อมโยงเป้าหมายส่วนตัวของสมาชิกกับเป้าหมายองค์กร ผ่านการพูดคุย สร้างแรงบันดาลใจ และความเชื่อมั่น เพื่อให้สมาชิกประสบความสำเร็จในอนาคต สไตล์นี้เหมาะกับทีมที่สมาชิกต้องการพัฒนาทักษะระยะยาว หรือมีศักยภาพสูงที่ควรได้รับการพัฒนา แต่ไม่เหมาะกับทีมที่ขาดแรงจูงใจหรือต้องการการควบคุมมากกว่า ผู้นำต้องเข้าใจและเอาใจใส่สมาชิกแต่ละคน เพราะทุกคนมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน รวมถึงต้องมีทักษะด้านการสอนงาน การโค้ช และการสร้างแรงบันดาลใจ สไตล์นี้จะประสบความสำเร็จได้ดีเมื่อสมาชิกมีใจรับการพัฒนาและเรียนรู้
การเป็นผู้นำที่ดีไม่ได้หมายถึงการยึดติดกับสไตล์การนำแบบใดแบบหนึ่ง แต่ควรมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนสไตล์การนำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ประกอบกับการเข้าใจลักษณะของทีมและสภาพแวดล้อม จะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้สไตล์การนำได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่ความสำเร็จของทีมได้
ขอบคุณที่มา : https://www.linkedin.com/pulse/6-common-leadership-styles-when-use-them-harvard-business-review-klssc/?trackingId=BMQ0%2FVrYR%2FKhKFQ%2F7Wmmrg%3D%3D
ขอบคุณภาพ : https://www.freepik.com/
No comments: